ประวัติส่วนตัว เจ้าชายของฉ้าน

         ชื่อ-สกุล : เก้า - จิรายุ ละอองมณี

         เกิดวันที่ : 29 ตุลาคม พ.ศ.2538

         การศึกษา : ม.3 โรงเรียนอมาตยกุล

         ความสามารถพิเศษ : การแสดง พิธีกร ร้องเพลง

         อาหารโปรด : ข้าวผัดกุ้ง, ปลาหมึก ,กระเพราหมูไข่ดาว

         สีที่ชอบ : สีน้ำเงิน,แดง,เขียว

ผลงานละครของเจ้าชายสุดหล่อ

         หลวงตา

         เทวดาเดินดิน

         แม่เลี้ยงคนใหม่

         เพื่อนรัก

         ละครสั้นชุด "แดนพิศวง"

         หุบเขากินคน

         แก้วตาพี่

         แกะรอยรัก

         พริกไทยกับใบข้าว

         สุดแต่ใจจะไขว่คว้า

         แม่ค้าขนมหวาน

         ปิ่นไพร

         ผีขี้เหงา

         เทพสามฤดู

         เดือนเดือด

         ฟ้ากระจ่างดาว

         บ้านสีขาวกับดาวดวงเดิม

ผลงานภาพยนตร์สุดดังของเจ้าชาย

         5 แพร่ง (2009) รับบทเป็น เป้ ในเรื่อง หลาวชะโอน

         BitterSweet BoydPod The Short Film (2008) รับบทเป็น เก้า ในเรื่อง เรื่องบ้า ๆ

         รักแห่งสยาม (2007) รับบทเป็น โต้ง วัยเด็ก 

         ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคประกาศอิสรภาพ (2007) รับบทเป็น พระราชมนู (ไอ้ทิ้ง) วัยเด็ก

ผลงานอื่น ๆเจ้าชายที่เท่มาก

         ออกอัลบั้ม ID Kids สังกัด RS

 

 

edit @ 4 Dec 2009 11:39:07 by พัชรี เพชรพูล

korea^_________^

posted on 04 Nov 2009 21:30 by joyzanaruk

เช็คสภาพอากาศก่อนเดินทาง
ประเทศเกาหลีจะมี 4 ฤดูกาลด้วยกัน โดยฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน-สิงหาคม) เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยสุด เพราะช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงกลางหรือปลายเดือนกรกฎาคมมักมีมรสุมพัดเข้ามาที่เกาหลีเป็นประจำ (ควรพกร่มมาด้วย) แต่ถ้าเป็นเดือนสิงหาคมอากาศจะค่อนข้างร้อนจัด (ควรพกเสื้อผ้าตัวบางๆ กับอุปกรณ์กันแดดมา)

ส่วนฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน-พฤศจิกายน) จะเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งมีความโรแมนติกมาก เนื่องจากต้นไม้น้อยใหญ่ทั่วทั้งเมืองและบนหุบเขาอีกหลายแห่ง กำลังเปลี่ยนสีผลัดใบอวดโฉมครั้งสุดท้ายก่อนร่วงหล่นจากลำต้น แถมอากาศยังดีด้วย (อยู่ที่ 3-26 องศาเซลเซียส) เรื่องเสื้อผ้าก็ไม่ถึงกับต้องหอบเฟอร์ตัวโคร่ง แค่เสื้อแขนยาว กางเกงยีนส์ ถุงมือ ผ้าพันคอธรรมดา อาจเผื่อแจ็กเก็ตไปอีกตัวก็พอแล้ว

สำหรับฤดูหนาว (เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศจะหนาวมาก โดยอุณหภูมิจะอยู่ที่ -4 ถึง 3 องศาเซลเซียส ถือเป็นฤดูสำหรับผู้ที่ชื่นชอบลมหนาวและดาวเดือน จนเรียกความสนใจจากชาวเกาหลีและผู้ที่นิยมชมชอบการเล่นสกีเป็นชีวิตจิตใจไม่น้อยเลย งานนี้ใครอยากเล่นสกีบนหิมะของแท้ ให้เตรียมครีมทาผิว ลิปมัน แจ็กเก็ตหนาๆ และอุปกรณ์กันหนาวมาให้ดีนะคะ

สุดท้ายฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม) จะสดใสไปกับต้นไม้ที่กำลังผลิบานสะพรั่งเต็มต้นไปหมด อากาศก็ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป (ประมาณ 0-23 องศาเซลเซียส) เพียงแต่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน อากาศจะยังหนาวอยู่ ก็ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาให้พร้อมด้วย

สายการบินที่น่าสนใจ
การเดินทางจากไทยไปเกาหลีนั้น มีทั้งบินตรงและบินอ้อม โดยสายการบินตรงที่น่าสนใจก็มีสิงคโปร์แอร์ไลน์ส สายการบินคุณภาพทั้งบริการและมาตรฐานระดับเยี่ยม แต่เรื่องราคาต้องบอกว่าสูงสุดเลยทีเดียว (www.singaporeair.com), เจ้าจำปีหรือการบินไทยที่ราคาถูกกว่าสิงคโปร์แอร์ไลน์สไม่มาก หากสนใจอุดหนุนคนไทยด้วยกันก็ใช้บริการได้เลย (www.thaiairways.com) และสุดท้ายคือสายการบินเกาหลีแอร์ ที่มีเที่ยวบินราคาถูกที่สุด (นับตั้งแต่โอเรียลทอลไทยหยุดบินไป) ใครสนใจซึมซับวัฒนธรรม อาหาร การบริการแบบเกาหลีตั้งแต่อยู่บนเครื่องก็เลือกสายการบินนี้ได้ค่ะ (www.koreanair.com)

ส่วนผู้ที่ไม่เร่งรีบอยากเดินทางแบบชิลล์ๆ ก็อาจเลือกบินอ้อมได้ โดยมีสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส (www.malaysiaairlines.com), คาเธ่ย์แปซิฟิก (www.cathaypacific.com) หรือแจลแอร์เวย์สเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวจะไปแวะพักเปลี่ยนเครื่องตามประเทศของสายการบินนั้นๆ ก่อนเดินทางต่อไปยังเกาหลีอีกที

ข้อมูลที่ควรรู้
  • วีซ่า
    เนื่องจากประเทศไทยเป็นภาคีกับทางเกาหลีครั้งสงครามเกาหลีเมื่อในอดีต จึงทำให้คนที่เดินทางไปเกาหลีและอยู่อาศัยไม่เกิน 90 วัน ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าค่ะ แต่ถ้าใครต้องการอยู่นานกว่านั้นก็สามารถไปยื่นเรื่องขออยู่ต่อได้ที่ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองตามเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงโซล เมืองพูซาน สนามบินอินชอน เป็นต้น หากเรื่องที่ขอไปผ่านการพิจารณา เจ้าหน้าที่ก็จะออกบัตรประจำตัวคนเข้าเมืองให้เรา
  • เงินทองต้องรู้
    เกาหลีใช้สกุลเงินวอน (Won) โดยปัจจุบัน 1,000 วอน ตกอยู่ที่ 32-35 บาท ส่วนแบงก์ของเขาก็จะมีแบงก์ 10,000 วอน 5,000 วอน 1,000 วอน และหน่วยย่อยลงมาคือเหรียญ ตั้งแต่ 500, 100, 50, 10, 5 และ 1 วอน (เหรียญ 1 วอน กับ 5 วอน ไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว) ตามลำดับ ทั้งนี้จะใช้วิธีการแลกเงินจากประเทศไทยหรือเอาบัตรเอทีเอ็มไปกดเอาที่โน่นบ้างก็ตามสะดวก


ดูภาพขยาย
  • บัตร T Money
    หรือที่เรียกกันว่า Transportation Card เป็นบัตรเงินสดที่ใช้เดินทางได้ทั้งรถไฟใต้ดิน, แท็กซี่, รถบัส, ร้านสะดวกซื้อ, ตู้ขายอัตโนมัติ ฯลฯ ซึ่งบัตรชนิดนี้สามารถหาซื้อได้จากเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วในสถานีรถไฟใต้ดิน เมื่อใช้จนเงินหมดก็สามารถเติมเงินได้จากตู้เติมเงินอัตโนมัติภายในบริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านค้าทั่วไปที่มีสัญลักษณ์บัตร T Money ฯลฯ
  • โทรศัพท์
    เนื่องจากโทรศัพท์มือถือของเกาหลีใช้คนละระบบกับบ้านเรา จึงทำให้การนำซิมไปใช้เป็นเรื่องยาก ดังนั้น วิธีการโทรศัพท์กลับเมืองไทยที่สะดวกที่สุดคือใช้บัตรโทรศัพท์ค่ะ โดยบัตรโทรศัพท์ที่ว่าสามารถหาซื้อได้จากเมืองไทย เช่น Cat Thai Card (นาทีละ 22 บาท) และบัตร iTalk (นาทีละ 1 บาท) เป็นต้น หรือจะซื้อบัตรโทรศัพท์จากที่เกาหลีก็ได้ เขาขายเพียงใบละ 10,000-12,000 วอนเท่านั้น (นาทีละ 10 บาท)
  • ไฟฟ้า
    ระบบไฟฟ้าของเกาหลีจะใช้กำลังส่งไฟฟ้าทั้ง 110 โวลต์และ 220 โวลต์ เหมือนกับบ้านเรา แต่บริเวณรูเสียบปลั๊กของเขาจะเป็นรูกลมๆ ฉะนั้นถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าของคุณไม่ใช่หัวกลม ก็ควรเตรียมตัวแปลงปลั๊กไฟไปด้วย

สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเกาหลี เที่ยว กิน ชอป ที่ไหนดี

แหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจในกรุงโซล

  • พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)
    หนึ่งในสัญลักษณ์ของเกาหลีที่นักท่องเที่ยวและคณะทัวร์ทั้งหลายต้องแวะมาให้ได้เมื่อมาถึงเกาหลี เพราะพระราชวังเคียงบกกุงถือเป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดของเกาหลี และแม้ว่าตัวพระราชวังจะมีอายุนับ 700 ปี แต่ทางการก็ได้อนุรักษ์เอาไว้อย่างดีจนถึงทุกวันนี้ ถ้าใครพลาดละก็เชยแย่เลย

power point วันแม่

posted on 08 Sep 2009 13:20 by joyzanaruk

http://www.beupload.com/download/?518574&A=975562

edit @ 8 Sep 2009 13:21:37 by พัชรี เพชรพูล

กีฬาสี-*-

posted on 06 Sep 2009 20:25 by joyzanaruk

กีฬาปีนี้ได้เล่นบอลด้วยอ่า  ชนะเลิศด้วย

ดีจังเลยแตะบอลครั้งแรกด้วย555+

เดินพาเรดด้วยยยยย แต่ไม่เอาอีกแล้ววววว 

เหนื่อยมากเลย ปีหน้าเหนื่อยกว่านี้อีกเพราะเราเป็นพี่แว้ว

เข้าค่ายพุทธบุตร

posted on 06 Sep 2009 18:00 by joyzanaruk
การเข้าค่ายครั้งนี้สอนเราในเรื่องหลายๆเรื่อง  ทั้งความมีระเบียบและการใช้ชีวิตร่วมกับการอยู่กับคนมากๆ  รวมถึงการรู้จักมีความกตัญญูรู้คุณบิดามารดา และผู้ที่เลี้ยงเรามาอีกด้วย เราสามารถนำทุกอย่างที่พระอาจารย์สอนมาใช้เป็นแนวการดำรงชีวิตได้ เพื่อจะได้ประสบความสำเร็จใสชีวตของเราเอง

ตุ๊ดตู่...ผู้น่ารัก

posted on 05 Sep 2009 18:57 by joyzanaruk

         ตุ๊ตตู่เป้นชายที่ร่างกายผิดปกติคนหนึ่ง อยู่ จ.ชุมพรเขาเป็นคนนิสัยดี  ไม่มีนิสัยลักขโมย มีสัมมาคารวะ ทำงานได้ทุกอย่าง ชาวจ.ชุมพรรักตุ๊ตตู่มาก ตุ๊ดตู่พักอยู่ที่โรงแรมไทยประเสริฐ ใน อ. เมือง จ.ชุมพร มานาน 10 กว่าปี คนที่ตุ๊ดตู่รักและเกรงใจ คือ คุณบุญเลิศ เที่ยงทัด ผู้ดูโรงแรมกะกลางวัน เขาให้ห้องพักตุ๊ดตู่หนึ่งห้อง  เวลาเช้าตี 5 ตุ๊ดตู่จะไปเก็บขวดขาย บางทีก็ของเก่าที่สามารถรีไซเคิลได้เขาจะมาแวะป็นจุดๆเพราะจะมีคนนำมาวางไว้ให้ ก็เป็นชาวบ้านที่มีใจเมตตา และเมื่อเดินไปก็จะมีคนเอาขนมมาให้มากมาย แต่เมื่อมีคนแกล้งขอขนมที่ตุ๊ดตู่มี ตุ๊ดตู่ก็ให้ นั่นแสดงว่าตุ๊ดตู่ไม่ขี้หวง พอกลางวันตุ๊ดตู่ก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำด้วย ซึ่งจะรู้กันระหว่างเจ้าของและตุ๊ดตู่  พอบ่ายตุ๊ดตู่ก็ไปกวาดถนนตามทางเดิน เพราะเขาชอบทำความสะอาด ตกเย็นเขาก็ไปออกกำลังกายที่สนามกีฬาจ.ชุมพร

         ตอนนี้ตุ๊ดตู่สามารถพอสูจน์ให้ทุกคนรู้แล้วว่า ตุ๊ดตู่ไม่ใช่คนบ้า แค่เขาป่วยทางกาย แต่ทางใจนั้น ตุ๊ดตู่ดีกว่าคนปกติทั่วไปอาการครบ 32 ทั่วไปด้วยซ้ำ

 

edit @ 5 Sep 2009 19:18:36 by พัชรี เพชรพูล

เรื่องที่น่าสนใจ

posted on 01 Sep 2009 21:19 by joyzanaruk

จิตรกรรม ( Painting)     เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการขีดเขียน การวาด และระบายสี เพื่อให้เกิดภาพ บรรลุ วิริยาภรณ์ประภาส 1997เป็นงานศิลปะที่มี 2 มิติ เป็นรูปแบน ไม่มีความลึกหรือนูนหนา แต่สามารถเขียนลวงตาให้ เห็นว่ามีความลึกหรือนูนได้ ความงามของจิตรกรรมเกิดจากการใช้สีในลักษณะต่าง ๆ กัน

องค์ประกอบสำคัญของงานจิตรกรรม คือ 

  1. ผู้สร้างงาน หรือ ผู้วาด เรียกว่า จิตรกร

   2. วัสดุที่ใช้รองรับการวาด เช่น กระดาษ ผ้า ผนัง ฯลฯ

  3. ี เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงเนื้อหา เรื่องราวเกี่ยวกับผลงาน

งานจิตรกรรม แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ

  1. การวาดเส้น (Drawing)

 2. การระบายสี (Painting)

 

ประวัติศาสตร์ที่ลึกลับ

The Bog Bodies

        แม้แต่ CSI (เคยทำเป็นหนัง)ยังยอมแพ้กับการสืบเรื่อง Bog Bodies เมื่อได้มีการค้นพบศพกว่าร้อย แถบด้านเหนือของยุโรป ล้วนเป็นศพที่ถูก รักษาอย่างดี บางศพมีอายุถึง 2,000 ปี ทุกศพถูกจัดด้วยท่าทางคล้ายกำลังพยากรณ์อะไรบางอย่างท่าทางเช่นนั้นทำให้คนเชื่อกันว่าพวกเขา ถูกจับมาบูชายัญ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าคืออะไรกันแน่???

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา

 

       สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา (อังกฤษ: Bermuda Triangle) เป็นบริเวณสมมติในมหาสมุทรแอตแลนติก มีเนื้อที่ประมาณ 1.2 ล้าน ตร.กม. อยู่ระหว่างจุด 3 จุดที่ไม่เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ได้แก่ เปอร์โตริโก ปลายสุดของมลรัฐฟลอริดาในสหรัฐอเมริกา และเกาะเบอร์มิวดาซึ่งเป็นดินแดนในปกครองของสหราชอาณาจักร สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นที่รู้จักทางสื่อมวลชนอย่างแพร่หลาย หลังจากที่ค้นพบว่าคุณสมบัติทางฟิสิกส์ต่างๆ ไม่เป็นไปตามกฎพื้นฐาน

       สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เริ่มเป็นที่รู้จักในปี พ.ศ. 2494 (ค.ศ. 1951) หลังจากที่มีเรือขนาดใหญ่หายสาบสูญภายในบริเวณสามเหลี่ยม รวมถึงเครื่องบินและเรือขนาดเล็กอื่นๆ จนได้รับขนานนามว่า "สามเหลี่ยมปีศาจ" (The Devil's Triangle

       ศัพท์คำว่า "สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา" หรือ "Bermuda Triangle" นี้ มีที่มาจากบทความนิตยสารอาร์กอสซี่ เจ้าของบทความชื่อ Vincent H. Gaddis ได้นำเสนอเรื่องราวของเรือและเครื่องบินที่สาบสูญไปอย่างลึกลับโดยปราศจากคำอธิบายในนิตยสารดังกล่าว เมื่อปี ค.ศ. 1964 แต่ แกดดิส ไม่ได้เป็นคนแรกที่สังเกตเรื่องนี้ ก่อนหน้าในปี ค.ศ. 1952 นาย George X. Sands เสนอเรื่องทำนองนี้เช่นกันในนิตยสาร Fate เนื้อหากล่าวถึงปริมาณของเรือและเครื่องบินที่สาบสูญไปอย่างผิดปกติในบริเวณน่านน้ำดังกล่าว ซึ่งยอดสูญหายนี้มันมากเกินไปกว่าที่จะสันนิษฐานว่าเป็นอุบัติเหตุ

        ต่อมาถัดมาในปี ค.ศ. 1969 นายวอลเลซ สเปนเซอร์ ได้เขียนหนังสือว่าด้วยสามเหลี่ยมปริศนานี้โดยเฉพาะออกจำหน่ายในชื่อว่า "Limbo of the Lost" ถัดจากนั้นก็มีหนังสือออกจำหน่ายตามมาอีกมากมายเกี่ยวกับความลึกลับของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ซึ่งก็มียอดจำหน่ายดีแทบทุกเล่ม ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือบทความที่มีชื่อว่า "The Devil's Triangle" ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1974 ซึ่งเนื้อหาสำหรับเป็นที่ชื่นชอบความลึกลับเกี่ยวกับสามเหลี่ยเบอร์มิวดาเป็นอันมาก เป็นที่น่าสังเกตคือ หนังสือแทบทุกเล่มมุ่งประเด็นไปยังมุมมองที่ว่า เบื้องหลังของการสูญหายนี้ มาจากเทคโนโลยีของสิ่งทรงภูมิปัญญามากกว่าประเด็นอื่น เช่นมาจากมนุษย์ต่างดาว หรือมนุษย์ที่อาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรบริเวณนั้น ต่างก็หาหลักฐานและทฤษฎีมาถกเถียงกันและบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดามีอาณาบริเวณที่กว้างมากจาก ฟลอริด้า-เปอร์โต ริโก-เกาะเบอร์มิวดา กินพื้นที่ประมาณ ห้าแสนตารางไมล์ เพราะฉะนั้นการจะค้นหาอะไรๆจากสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีองค์กรของรัฐ เอกชน ต่างให้ความสนใจในการสำรวจ โดยหวังว่าจะเจอหลักฐานอะไรก็ตามที่นำมาใช้ไขปริศนาของดินแดนบริเวณนี้ได้ . และมีนักบินขี่เครื่องบินสามลำแล้วหายไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา

edit @ 6 Sep 2009 11:02:13 by พัชรี เพชรพูล

edit @ 6 Sep 2009 15:49:29 by พัชรี เพชรพูล

edit @ 6 Sep 2009 19:35:46 by พัชรี เพชรพูล

edit @ 6 Sep 2009 19:37:20 by พัชรี เพชรพูล

edit @ 6 Sep 2009 19:42:36 by พัชรี เพชรพูล

edit @ 6 Sep 2009 20:07:03 by พัชรี เพชรพูล

ตะลึง!! มนุษย์ต้นไม้

ที่ประเทศอินโนีเซีย มีชายที่เป็นโรคหูดตามร่างกาย จนได้รับฉายาว่า มนุษย์ต้นไม้ โดยล่าสุด มนุษย์ต้นไม้ คนนี้ก็ถูกทางการของ อินโดนีเซีย ห้ามไม่ให้ไปรักษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 

         



เอเอฟพีรายงานวันที่ 20 พ.ย. ว่า ทางการอินโดนีเซียจะไม่อนุญาตให้นายเดเด ชาวบ้านวัย 32 ปี ที่เป็นโรคหูดขนาดยักษ์ตามตัวโดยเฉพาะที่แขนสองข้าง จนมีฉายาว่า "มนุษย์ต้นไม้" เดินทางไปรักษาตัวที่สหรัฐอเมริกา หลังจากมีรายการทางช่องดิสคัฟเวอรี่นำเรื่องราวไปออกอากาศในเดือนนี้จนเป็นที่สนใจไปทั่ว

ลิลี่ ศรีวาห์ยุนี สุลิสตีโยวาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จะไม่ให้แพทย์สหรัฐนำตัวนายเดเดไปอเมริกาเพราะนายเดเดไม่ต้องการ โดยเฉพาะการให้ตัวอย่างเลือดกับชาวต่างชาติไปตรวจสอบ

ก่อนหน้านี้ แอนโธนี่ แกสปารี ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ มาตรวจร่างกายนายเดเด เพื่อประกอบการทำสารคดีของดิสคัฟเวอรี่ วินิจฉัยเบื้องต้นว่า การเติบโตของหูดในลักษณะนี้มาจากการผสมผสานระหว่างไวรัสพาพิลโลมาที่ทำให้เกิดหูดบวกกับความผิดปกติของยีน ทำให้ภูมิคุ้มกันของคนไข้อ่อนแอเกินไปที่จะต่อสู้ได้ นายแพทย์แกสปารี กล่าวว่า ผิดหวังที่ทางการอินโดนีเซียตัดสินใจเช่นนั้น แต่ตนก็จะไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะรักษานายเดเด ตนจะส่งยาไปให้แพทย์อินโดนีเซียในพื้นที่รักษาให้

edit @ 12 Sep 2009 18:39:03 by พัชรี เพชรพูล

ย่าทวดวัย 105 ยังโสดซิง

ตะลึง! ย่าทวดวัย 105 ปี ยังโสด ชี้ไม่มีเซ็กส์เป็นยาอายุวัฒนะ ระบุอยู่ตัวคนเดียวจนแก่โดยไม่สนใจเรื่องทางเพศแม้แต่น้อย 

          อึ้ง! ย่าทวดวัย 105 ยังโสดซิง ชี้ไร้เซ็กส์เป็นยาอายุวัฒนะ



เดลี่ เทเลกราฟ ได้ตีแผ่ชีวิตของคุณย่าทวดคลาร่า มีดมอร์ เลขาฯ เกษียณอายุ วัย 105 ปี ชาวอังกฤษ ซึ่งเพิ่งฉลองวันเกิดตัวเองไปหมาดๆ ด้วยร่างกายที่ยังคงแข็งแรง มีฟันและผมอยู่ครบ รวมทั้งยังมีปัญญาที่ฉลาดเฉลียว ขณะที่เจ้าตัวกล่าวให้สัมภาษณ์วา เธอไม่เคยสนใจเรื่องมีเซ็กส์ โดยการอยู่เป็นโสดคนเดียวเป็นเคล็ดลับที่ทำให้เธออายุยืน และเธอไม่เคยแต่งงาน เธอเติบโตในยุคสังคมที่เมินความสนใจต่อผู้หญิง ทำให้ตัวเธอเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นยืนและเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง และบุคลิกของเธอก็ไม่เป็นที่ต้องการของผู้ชายด้วย

นอกจากนี้ คุณย่าทวดเผยด้วยว่า เธอไม่เคยมีทีวี แต่ชอบฟังวิทยุ และชอบทำอาหาร, ทำสวน และอ่านหนังสือ นอกจากนี้ เธอยังเก็บเงินเดือนเพื่อท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ ในอังกฤษ ในช่วงปี 1920 -1930 และเธอยังบันทึกเรื่องราวการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ของเธอด้วย

ด้านนางโจซี่ ฮาร์วีย์ เพื่อนสนิทคุณย่าคลาร่า ที่รู้จักกันมาเป็นเวลากว่า 40 ปี บอกว่านางคลาร่าเป็นคนที่ชอบพึ่งตัวเองอย่างแรง และเชื่อมั่นในสิ่งต่างๆ ที่ตัวเองทำ และนั่นทำให้เธออายุยืนยาว

edit @ 12 Sep 2009 18:40:40 by พัชรี เพชรพูล

ทะเลสาบประหลาด มีน้ำเป็นน้ำยาซักฟอก

พบทะเลสาบแปลกประหลาดที่สุดในโลก มีน้ำเป็นน้ำยาซักฟอก และมีความเป็นด่างอย่างแรง รีบส่งนักวิทยาศาสตร์ไปสำรวจเพื่อค้นหาชีวิตที่อาจจะมีอยู่ได้ และเชื่อว่าอาจจะเป็นพิมพ์เดียวกับของชีวิตต่างโลก 

         



คณะนักวิทยาศาสตร์ของศูนย์การเดินทางในอวกาศมาร์แชลล์ ขององค์การอวกาศสหรัฐฯ จะได้ยกคณะไปยังทะเลสาบอันเดอร์ซี ที่ขั้วโลกใต้ ซึ่งรับน้ำที่ละลายจากแม่น้ำน้ำแข็ง เป็นทะเลสาบที่ผิดแปลกจากที่อื่นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุว่าน้ำชั้นบนระดับสูงถึง 70 เมตร ล้วนมีฤทธิ์เป็นด่าง "มันมีความเป็นด่างแรงมาก" ยิ่งกว่านั้นตะกอนในทะเลยังปล่อยก๊าซมีเทนออกมามากยิ่งกว่าสิ่งที่มีชีวิตในน้ำตามธรรมชาติอื่นใดบนโลกนี้

นายริชาร์ด ฮุเวอร์ ผู้เป็นหัวหน้าคณะนักวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า มันนับเป็นกรณีตัวอย่างของสถานที่แปลกประหลาดในสุริยจักรวาล ซึ่งอาจจะได้พบรูปแบบของชีวิตที่สามารถอยู่ได้ในสภาพดินฟ้าอากาศอันทารุณ

สิ่งหนึ่งซึ่งเราได้รู้ในระยะสองสามปีมานี้ คือได้พบสิ่งมีชีวิตพวกจุลชีพอาศัยอยู่ในน้ำแข็งก็มี ในน้ำเดือดก็มี แม้แต่ในเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู ชีวิตแปลกๆ เหล่านี้อาจจะเป็นชีวิตธรรมชาติที่อยู่ตามดินแดนแห่งต่างๆ ในจักรวาล

เขาบอกว่าเราหวังว่าจะพบรูปแบบชีวิตใหม่ๆ ที่ทนกับอุณหภูมิสูงและทนกับความเป็นด่างมาก เราเคยพบแบคทีเรียในอุโมงค์ที่อลาสกามาแล้ว ที่กลับมีชีวิตขึ้นอีกเมื่อน้ำแข็งที่จับอยู่ละลายออก หลังจากที่ติดอยู่มานาน 32,000 ปี ในขณะที่จุลชีพบนโลกยังทนอยู่ได้ ทำไมบนดาวพระเคราะห์ดวงอื่นจึงจะไม่มีบ้าง

ทะเบียนรถ แพงที่สุด 454 ล้าน

เรื่องราวมหาเศรษฐีใช้เงินปานเบี้ยซื้อของสนองความอยากของตัวเองว่า ที่นครอาบูดาบี หนึ่งในนครรัฐของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี บริษัทเอมิเรตส์ อ็อคชั่น ได้จัดงานประมูลเลขทะเบียนรถยนต์ขึ้นที่ "เอมิเรตส์ พาเลซ โฮเตล" 

         



โรงแรมหรูหราในอาบูดาบี มีผู้สนใจร่วมประมูลมากกว่า 700 คน

รายงานข่าวระบุว่า งานประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ ของยูเออีในครั้งนี้ มีบรรดามหาเศรษฐีและคนกระเป๋าหนักเข้ามาประมูลราคาแข่งกันอย่างสนุก แต่ที่สร้างความฮือฮามากที่สุด คือการประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลข "1" โดดๆ เมื่อนายซาเอด อับดุล กาฟฟาร์ อัล-คูรี นักธุรกิจวัย 25 ปี จากตระกูลมหาเศรษฐี เจ้าของธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอาบูดาบี ประมูลตัดหน้าคู่แข่งได้ไปด้วยราคา 52.2 ล้านดีแรห์ม หรือ 14.2 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ หรือประมาณ 454.4 ล้านบาท ทุบสถิติหมายเลขทะเบียนที่มีค่าแพงที่สุดในโลกในงานประมูลเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว คือหมายเลข "5" ที่มีผู้ประมูลไปด้วยวงเงิน 6.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 217.6 ล้านบาท ซึ่งป้ายดังกล่าวผู้ประมูลไปก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นนายทาลัล อาลี โมฮัมหมัด คูรี นักธุรกิจค้าหุ้น ญาติพี่น้องของนายคูรีนั่นเอง ส่งผลให้ป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลข "1" นี้ แซงหน้าขึ้นแท่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกไปโดยปริยาย

ต่อมานายอัล-คูรี กล่าวภายหลังได้ครอบครองหมายเลขทะเบียนรถเบอร์ "1" สมใจว่า เมื่อเทียบกับทรัพย์สินของครอบครัวแล้ว เงินที่ประมูลซื้อหมายเลขข้างต้นถือว่าไม่มากเลย สำหรับเขาเห็นว่าเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อ และว่าใครๆก็อยากเป็นที่หนึ่งในโลกกันทั้งนั้น หรือมีใครบ้างล่ะที่ไม่อยากเป็นหนึ่ง ซึ่งจริงๆแล้ว เขาเตรียมเงินไว้ประมูลแข่งซื้อหมายเลขนี้ไว้ 100 ล้านดีแรห์ม อย่างไรก็ดีมหาเศรษฐีหนุ่มวัยเบญจเพสรายนี้ ไม่ได้เปิดเผยว่าหมายเลข "1" ที่ประมูลได้จะนำไปติดรถยนต์คันไหนของครอบครัว แต่ระบุว่าเขาตั้งใจจะไม่ขายให้ใครเลย

ด้านนายอัลดุลลา อัล มาเนีย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของเอมิเรตส์ อ็อคชั่น กล่าวว่า หมายเลขทะเบียนที่นำขึ้นประมูลขายในครั้งนี้มีทั้งหมด 90 หมายเลขทะเบียน รวมทั้งหมายเลข 100, 1111, 2001 และ 31313 ซึ่งบริษัทได้เงินจากการประมูลทั้งสิ้น 24 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ (ราว 768 ล้านบาท) โดยจะนำเงินที่ได้มอบแก่ องค์กรการกุศลต่างๆ รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูเหยื่อผู้ประสบอุบัติภัยบนท้องถนน "หมายเลข 1-10 เป็นกลุ่มหมายเลขทะเบียนรถยนต์ที่มีมูลค่าแพงที่สุดในงาน ส่วนหมายเลขจาก 10-99 เป็นกลุ่มหมายเลขที่มีราคาประมูลสูงอันดับรองลงมา ขณะที่หมายเลขคู่เหมือนอย่าง 11 และ 22 เป็นต้น ก็มีราคาประมูลสูงไม่แพ้กัน" นายอัล มาเนีย เสริม

นายอัล มาเนีย กล่าวอีกว่า งานของเอมิเรตส์ อ็อคชั่นคือ ทำให้รถยนต์หรูๆดูทรงคุณค่ามากขึ้นหากมีหมายเลขทะเบียนสวยๆคู่กัน ผู้คนจะเปลี่ยนเฉพาะรถแต่หมายเลขทะเบียนจะถูกใช้ตลอดไป พวกเราพยายามทำให้หมายเลขทะเบียนตรงกับหมายเลขต่างๆ อย่างเลขรถยนต์แต่ละรุ่น วันเกิดหรือวันครบรอบวาระต่างๆ ข่าวระบุว่าการประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์ 5 ครั้ง ก่อนหน้านี้ของบริษัทเอมิเรตส์ อ็อคชั่น ทำรายได้ 56 ล้านดอลลาร์จากจำนวนหมายเลขทะเบียนถูกประมูลไป 300 หมายเลข ซึ่งก็นำไปบริจาคเพื่อการกุศลเช่นกัน

ทั้งนี้การประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ที่มี "เลขสวย" นั้น ประเทศไทยเองก็มีการจัดประมูลอยู่เป็นประจำ โดยป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ได้ราคาสูงที่สุดในการประมูลของไทยคือ ป้ายทะเบียน ษง 9999 ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ประมูลได้ไปในราคา 4 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2546 ซึ่งนายสุริยะได้นำป้ายทะเบียนดังกล่าวไปติดรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ สปอร์ต สีแดง ราคา 17 ล้านบาท

edit @ 12 Sep 2009 18:44:35 by พัชรี เพชรพูล

Diary Online

posted on 01 Sep 2009 21:18 by joyzanaruk
ทุกวันมีความสุขมาก

 

งานเยอะจริงๆเลย

 

วันนี้ยืนกระต่ายขาเดียวคาบฟิสิกส์ด้วย

edit @ 8 Sep 2009 13:06:15 by พัชรี เพชรพูล

วันนี้สนุกจัง

ไปเข้าร่วมการอบรม

ศิลปะที่คงคามา

55+

edit @ 12 Sep 2009 18:33:53 by พัชรี เพชรพูล